• Shortcuts : 'n' next unread feed - 'p' previous unread feed • Styles : 1 2

» Publishers, Monetize your RSS feeds with FeedShow:  More infos  (Show/Hide Ads)


Date: Monday, 04 Jun 2007 09:57
ช่วงนี้เป็นช่วงดอกไม้บาน ช่วงสดใสของญี่ปุ่น นับเป็นโอกาสเหมาะที่จะมาเริ่มเขียนอีกรอบ แฟนๆ อย่าน้อยใจ กลับมาตามอ่านกันได้เหมือนเดิม ชักมีอารมณ์อยากเขียนถึงญี่ปุ่นอีกแล้ว

ขอเริ่มด้วยการชมดอกซากุระกันดีกว่า เทศกาลชมดอกซากุระหรือเรียกว่า เทศกาลฮานามิ (Hanami) ข้าวเกรียบรวยเพื่อน เอ้ย ม่ายช่าย เทศกาลชมดอกซากุระต่างหาก เทศกาลนี้นับเป็นเทศกาลใหญ่ของปฏิทินท่องเที่ยวเลยทีเดียว เพราะกินเวลาเป็นสัปดาห์ๆ และค่อยๆ ทยอยขึ้นไปตามแนวของประเทศจากใต้ไปเหนือ คือมันจะค่อยๆ อุ่นขึ้นไล่ๆ กันไป ดอกซากุระก็จะทยอยบาน สำหรับตอนกลางของประเทศประมาณ โตเกียวกับเกียวโต จะมีเวลาอยู่ประมาณ 2 สัปดาห์ คือสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคมต่อกับสัปดาห์แรกของ เืดือนเมษายน แต่ก็ไม่ได้ตรงเป๊ะไปทุกปี ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศแต่ละปีด้วย เอาล่ะ มาดูที่สวยๆ กันดีกว่า
นี่ที่ นารา


Author: "--"
Send by mail Print  Save  Delicious 
Date: Tuesday, 22 Nov 2005 18:19
ไม่ได้เขียนเสียนานขอโทษแฟนๆ ด้วย มาอ่านกันใหม่นะ

รถไฟสายรอบเมือง (Yamanote Line)

ใน กรุงเทพฯ สายรถเมล์ 53-54-55-56-57 เป็นสายรถเมล์ประเภทที่เรียกว่า วงกลม คือวิ่งวนเป็นวงรอบตามเส้นทางที่กำหนด มี 2 ด้านสวนกัน แต่สำหรับในมหานครโตเกียวนั้น การเดินทางที่สำคัญที่สุดคือ การเดินทางด้วยรถไฟ และเส้นทางรถไฟที่สำคัญคือ เส้นทางสายวงกลมตามแนวเส้นทางรถไฟโดยรอบโตเกียว ซึ่งถ้าดูตามแผนที่จะเห็นว่า การวางเส้นทางรถไฟ หรือรถไฟ JR นั้น โดยรอบส่วนกลางเมืองจะเป็นเส้นทางรถไฟล้อมรอบเป็นวงกลม (loop) อยู่ 1 วง และจะมีเส้นทางต่อเชื่อมออกจาก loop นี้ไปยังทิศทางต่างๆ ทุกทิศทาง ตามแนวสถานีที่อยู่บน loop เหล่านี้ ดังนี้ ทางทิศตะวันตก-สถานี Shinjuku ทางทิศเหนือ-สถานี Ueno ทิศใต้-สถานี Shinagawa ทิศตะวันตกเฉียงใต้-สถานี Shibura และตะวันออกเฉียงเหนือจากสถานี Ikebukuro และในส่วนกลางของวงกลม loop นี้ จะมีเส้นทางเชื่อมผ่ากลางระหว่างสถานี Tokyo กับสถานี Shinjuku ด้วย ซึ่งจะเห็นได้ว่า ทุกสถานีเป็นสถานีที่เราเคยได้ยินชื่อกันมาแล้วทั้งนั้น สถานีเหล่านี้เป็นสถานีขนาดใหญ่ มีสายรถไฟแยกจากกัน จึงเรียกได้ว่า สถานีเหล่านี้เป็น สถานีชุมทาง

รถ ไฟสายที่ชื่อว่า Yamanote นี้ จะมีสัญลักษณ์สีเป็นสีเขียว โดยจะวิ่งวนโดยรอบเส้นทางวงกลมนี้ ซึ่งประกอบด้วยสถานีทั้งสิ้น 30 สถานี (เรียงทวนเข็มนาฬิกา) คือ Shinjuku - Yoyogi - Harajuku - Shibuya - Ebisu - Meguro - Gotanda - Osaki - Shinagawa - Tamachi - Hamamatsucho - Shimbashi - Yurakucho - Tokyo - Kanda - Akihabara - Okachimachi - Ueno - Uguisudani - Nippori - Nishi-Nippori - tabata - komagome - Sugamo - Otsuka - Ikebukuro - Mejiro - Takadanobaba - Shin-Okubo ซึ่งการเดินทางทั้งรอบ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น การวนมีทั้งวนซ้ายและวนขวา

เป็นรถไฟที่น่าเสียเวลาไปลองขึ้นดูสักรอบ จะได้เห็นรอบๆ โตเกียว สนุกดี

to be continue...

Author: "--"
Send by mail Print  Save  Delicious 
Date: Saturday, 27 Aug 2005 02:35
ความงดงามของ Katsura Rikyu (Imperial Villa) ในเกียวโต ที่สร้างมาแล้วกว่า 350 ปีนั้น อยู่ที่การผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างสถาปัตยกรรมกับธรรมชาติของสวนญี่ปุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ อาคารต่างๆ อย่างเช่น Shoin หรือ tea-houses กับองค์ประกอบของสวน เช่น สระ อ่างน้ำ แผ่นหินทางเท้า มีผสานสัมพันธ์ในทางองค์ประกอบศิลป์ซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดความงดงามทางสถาปัตยกรรมและการมองเห็น อย่างเป็นเอกลักษณ์หาที่ใดเทียบได้ยาก


นอกจากการจัดวางองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม และองค์ประกอบทางภูมิสถาปัตยกรรมทีสอดประสานกันให้เกิดความงามในตัวเองแล้ว เทคนิคการบังคับมุมมองจากตำแหน่งของการเดินชม หรือจากกรอบ void ของอาคารสำหรับการมองจากภายในอาคาร ทำให้เกิดลักษณะของการกำหนดกรอบภาพ ทำให้ภาพที่มองเห็นนั้น มีความงามที่มากขึ้น ตัวอย่างภาพที่ยกมา จะเห็นว่าในทุกภาพ จะมีลักษณะของ foreground background focus ทำให้ภาพมีองค์ประกอบทางศิลปะที่สมบูรณ์ ซึ่งเทคนิคการจัดองค์ประกอบอย่างนี้ ถือว่าเป็นงานที่ผ่านการ "คิด" มาอย่างมาก จนเกิดความสมบูรณ์ในการจัดวาง ทุกอย่างที่ถูกจัดวางลงไปนับเป็นการจัดวางองค์ประกอบทางศิลป์ เสมือนการสร้างงานศิลปชิ้นใหญ่ที่เกิดจากการจัดองค์ประกอบศิลป์ชิ้นเล็กๆ มากมายมาประกอบกัน

สำหรับนักเรียนสถาปัตย์ - โรงเรียนสถาปัตย์ทุกที่ในประเทศไทย ในห้องสมุดจะมีหนังสือเรื่อง katsura เล่มโตๆ ให้เปิดดู ลองไปเปิดดูนะครับ ว่ารูปในหนังสือ กับรูปที่เห็นในนี้ เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
Author: "--"
Send by mail Print  Save  Delicious 
Date: Wednesday, 24 Aug 2005 00:38
เมืองเกียวโต เป็นเมืองทางด้านศิลปวัฒนธรรมจริงๆ การไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ในเกี่ยวโตมักจะเป็นวัด(temple)ของพุทธ หรือศาลเจ้า (shrine) ของชินโต รายการที่ must see กับการไปของทัวร์ต่างๆ ก็อาจเป็นอย่างนี้ครับ
"...วัดคินคะคุจิ ที่มีศาลาทองโดดเด่นอยู่กลางน้ำใสราวกระจก ฉาบด้วยแผ่นทองตลอดทั้งหลัง สร้างขึ้นในสมัยต้นศตวรรษที่ 15 โดยโชกุนโยชิมิตสึ แต่แรกนั้นถูกสร้างขึ้นเป็นสถานที่พักตากอากาศ แต่มีการเปลี่ยนเป็นวัดนิกายเซ็น หลังจากที่โชกุนได้เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อเป็นไปตามพินัยกรรม ต่อมาในปีค.ศ. 1950 วัดได้ถูกไฟไหม้พังพินาศ แต่ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่อีกครั้งในปีค.ศ. 1955 และยังคงความงดงาม สะท้อนถึงศิลปวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของญี่ปุ่นได้อย่างไม่เสื่อมคลาย จากนั้น นำท่านสู่วัดคิโยมิสึ โดยเส้นทางเดินสู่วัดเรียกกันว่า “เส้นทางสายกาน้ำชา” เนื่องจากในอดีตจะมีร้านรวงสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายเครื่องถ้วยชาเซรามิกของคิโยมิสึ แม้ในปัจจุบันจะมีร้านขายของที่ระลึกน่ารักมากมายให้ท่านเลือกซื้อ แต่ยังหลงเหลือร้านเหล่านี้อยู่บ้างให้ท่านได้สัมผัสกับความสวยงามและบรรยาก าศเก่าแก่ที่หาชมได้ยาก เมื่อถึงบริเวณวัดคิโยมิสึ จุดที่น่าสนใจคือ สายน้ำศักดิ์สิทธิ์ 3 สาย ที่ดื่มเพื่อสุขภาพดี สติปัญญาเป็นเลิศ และทรัพย์สินมั่งคั่ง โดยทางวัดจัดเตรียมกระบวยไว้ให้รองน้ำดื่มกันเพื่อศิริมงคล"

แต่วันนี้เราจะพูดถึง เที่ยวนอกแผนเที่ยว ของคนทั่วไปสักหน่อย ตั้งแต่ผมอ่านๆ มาเกือบจะสิบห้าปีเข้านี่แล้ว ยังไม่เคยเห็นที่ไหน (แม้แต่หนังสือท่องเที่ยว) พูดถึงสถานที่แห่งนี้เลย ความจริงที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าไปชมมากที่หนึ่ง การเข้าชมน่าจะใช้เวลาประมาณครึ่งวันต่อหนึ่งรอบ แต่ความที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เคร่งครัดในการเข้าชมมาก (แต่ฟรีนะครับ แปลกสุดในญี่ปุ่นเหมือนกันที่ไม่เสียเงินค่าเข้า) เนื่องจากเป็นทรัพย์สินของสำนักพระราชวังยองจักรพรรดิ ทำให้ต้องมีระเบียบการเข้าชมที่เคร่งครัด
สถานที่แห่งนี้ชื่อว่า Katsura Rikyu ครับ

หรือในชื่อภาคภาษาอังกฤษที่เป็นเหมือนคำอธิบาย ว่า Imperial Villa ครับ อธิบายง่ายๆ คือ ที่นี่เป็นเหมือนกับพระราชวังฤดูร้อนของราชวงศ์ญี่ปุ่น สำหรับเป็นที่ประทับตากอากาศของจักรพรรดิ ภายในจะเต็มไปด้วยศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเลิศอย่างหนึ่งของญี่ปุ่น นั่นคือ การจัดสวนในแบบฉบับที่เรียกกันว่า "สวนญี่ปุ่น" ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นสวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่มากที่สวยที่สุดในประเทศญี่ปุ่นก็ว่าได้


เรื่องน่ารู้ของ Katsura มีมากมายครับ ลองติดตามดูต่อไปนะครับ
Author: "--"
Send by mail Print  Save  Delicious 
Date: Saturday, 20 Aug 2005 10:52
วันนี้วันแต่งงานนัท กับแฟนเขา

เดี๋ยวหกโมงเย็นจะไปงานเลี้ยงแต่งงาน
โรงแรม century park ราชปรารภ เวลา 18.00 น.
คงได้พบเพื่อนในไทยวิซ (ที่ยังไม่เคยเห็นหน้ากันสักคน) อีกหลายคน
Author: "--"
Send by mail Print  Save  Delicious 
Date: Wednesday, 17 Aug 2005 13:57
นั่งดูรูปชุดที่คุณกุศลเอามาให้สแกนเก็บไว้ตามที่ขอไป ดูๆ ก็สังเกตได้ว่ามีเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้เป็น JICA Participants ในกลุ่มที่ไปอยู่ที่ฮาชิโอจิด้วยกันอยู่ด้วยกลุ่มหนึ่ง ก็เกิดอาการคิดถึงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้จริงๆ ต้องนำมาประกาศไว้หน่อย น้องๆ ในเว็บนี้อาจพอบอกบางคนได้บ้าง เพราะอาจเคยเป็นครูเก่ากันมา

เพื่อนกลุ่มนี้มีความชำนาญพื้นที่โตเกียวมาก เพราะเป็นนักเรียนทุนมาบูโชของกระทรวงศึกษาฯ กันทุกคน บังเอิญได้พบและรู้จักกัน พวกเขาก็เหงากันมาก เมื่อได้เจอคนไทยก็เลยดีใจและเป็นเพื่อนกัน เที่ยวด้วยกันหลายครั้ง ซึ่งทุกๆ ครั้งพวกเขาก็เป็นคนมาชวนไป เมื่อรู้ว่ามีโปรแกรมดีๆ ที่ไหน อย่างครั้งนี้ก็ไปกันที่งานเทศกาลเอเซีย ที่ซุ้มไทย รู้สึกจะเป็นที่วัดแห่งหนึ่ง จำไม่ได้แล้วว่าที่ไหน ที่ไปกันมากก็เพราะต่างก็คิดถึงอาหารไทยกันนั่นเอง

ก็อย่างที่บอก คิดถึงอาหารไทย ได้โอกาสก็ไม่ยั้งกันทั้งคู่ (ถ่ายคู่กับคุณชาติชาย - น้าชาติ อีกแล้ว)

ส่วนอีกครั้งนี่ก็ไปกินอาหารไทยกันที่ชินจูกุ รูปนี้ถ่ายที่ร้านช้างป่า ตรงชอปปิ้งใต้ดิน แถวชินจูกุ ระหว่างที่รอโต๊ะ (นาน) ก็บันทึกภาพเอาไว้ สุภาพบุรุษเสื้อเหลืองด้านขวาสุด เข้าใจว่าชื่อคุณวสันต์ (ความทรงจำเริ่มกลับมา) เป็นนักเรียนทุนที่ไปเรียนโทที่ญี่ปุ่นอยู่ ส่วนคนอื่นก็แกงค์เดิม จากซ้าย คุณกนกพล อยู่ มทร.ธัญบุรี คุณนิสิต อยู่ วท.ที่อุบล คุณวิโรจน์ ป่าไม้ คุณชาติชาย กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน อุบล และ นิปปอนโน้ต ตอนนี้จะย้ายไปอยู่ มทร.รัตนโกสินทร์ที่ศาลายาแล้ว ส่วนคุณวสันต์ เข้าใจว่าเป็นครูอยู่แถวเมืองชลนะ ใครรู้จักช่วยบอกด้วยครับ ส่วนในภาพแรก มีคุณหน่อย อยู่กรมสรรพากร และคุณปรีชา อยู่จันทบุรี เป็นหมอกายภาพที่เก่งมาก ส่วนสุภาพสตรีสองคน ถึงตอนนี้ยังจำชื่อไม่ได้เลยครับ แต่เป็นกลุ่มนักเรียนทุนที่มา join กันนี่แหละ
ด้วยความคิดถึงเพื่อนทุกคน
Author: "--"
Send by mail Print  Save  Delicious 
Date: Saturday, 06 Aug 2005 04:01
เนื้อเรื่องไปอ่านที่นี่นะครับ
60 ปีฮิโรชิมา ความทรงจำมิเคยเลือน-มิควรลืม
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 6 สิงหาคม 2548 07:27 น.

วันที่ 6 สิงหา(วันนี้) ครบรอบ 60 ปีระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิม่า

เราอ่านแต่ข่าว อาจไม่รู้สึก แต่ถ้าได้ไปพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ เราจะรู้สึก กลัว สงคราม สยอง กับความสูญเสีย เศร้า กับความพลัดพราก และ สังเวชใจกับผลของสงคราม

อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นสร้างสรรค์พิพิธภัณฑ์ที่นี่อย่างอลังการทางความรู้สึกเป็นอย่างมาก เหมือนกับเป็นที่ไว้ประจานโลกว่าทำกับญี่ปุ่นมากมายขนาดไหน และการทุ่มทุนอลังการงานสร้างนี้เรียกได้ว่าเท่าไหร่เท่ากันเลย ตั้งแต่
ค่าเข้าชม ฟรี (ปกติใหญ่เล็กขนาดไหน พิพิธภัณฑ์ก็เก็บเงิน)
คำอธิบาย มีทุกภาษาในโลก (เป็นเทป Sound About) คุณฟังภาษาใดออก ก็ไปเลือกภาษานั้นมาฟัง มาดูแล้วไม่เข้าใจก็ให้มันรู้ไป
เปิดทุกวัน มาเมื่อไหร่ก็ได้
รูปแบบ มีทั้งอาคารแสดง อาคารที่พังจริง สวนสาธารณะ อนุสาวรีย์ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใช้ประโยชน์ได้จริงด้วย
ทางด้านสถาปัตยกรรม เรื่องแกน (AXIS) ก็เป็นเรื่องสุดๆ ของการเล่นกับ แกน เหมือนกัน
ให้ดูรูปแกน

แกนอาคารหลัก(พิพิธภัณฑ์) โยงผ่านสวนสาธารณะเข้ามาหาอาคารโดมไร้หลังคา ตรงกลางของแกนเป็นจุดโฟกัสอีกอัน ไฟไม่มีวันดับที่อนุสาวรีย์จารึกชื่อเหยื่อระเบิด
งานหนึ่งของ Tange ครับ


ไปดูแล้วดีครับ แต่ผมว่าคนสร้างสรรค์ Theme ของที่นี่ บีบคั้นความรู้สึกผู้ชมมากเกินไป

edit @ 2005/08/06 10:15:19
edit @ 2005/08/06 10:16:59
edit @ 2005/11/29 06:56:57
Author: "--"
Send by mail Print  Save  Delicious 
» You can also retrieve older items : Read
» © All content and copyrights belong to their respective authors.«
» © FeedShow - Online RSS Feeds Reader